เหตุผลที่ “อูไน เอเมรี” ถูกปลดจากผู้จัดการทีม “ปืนใหญ่” อาร์เซนอล

เหตุผลที่ “อูไน เอเมรี” ถูกปลดจากผู้จัดการทีม “ปืนใหญ่” อาร์เซนอล

ถึงแม้จะเป็นเรื่อง ที่น่าตกใจเมื่อได้ทราบข่าว แต่ดูเหมือนข่าวการถูกปลด จากตำแหน่งผู้จัดการทีม “ปืนใหญ่” อาร์เซนอล ของ อูไน เอเมรี จะไม่ได้เป็น เรื่องที่เกินความคาดหมาย จากใครต่อใครมากมายนัก ในทางตรงกันข้าม มันเป็นสิ่งที่ถูกคาดหมายว่า จะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน ขึ้นอยู่กับเวลาว่า จะช้าหรือเร็วเท่านั้น

tidkobjor.com

ซึ่งผลงานนัดล่าสุด ในการพ่ายต่อ ไอน์ทรัค แฟรงค์เฟิร์ต คาบ้านของตัวเอง ก็มีส่วนสำคัญอย่างมาก ในการช่วยเร่งการตัดสินใจ ของบอร์ดบริหาร ให้ออกมาในรูปแบบนี้ เพราะนอกจากเกมนี้แล้ว อาร์เซนอลก็ไม่ชนะใครเลย ในพรีเมียร์ลีกมาตั้งแต่ เข้าเดือนตุลาคม หรือร่วมสองเดือนเต็ม ทั้งๆ ที่ความจริงแล้วตามทิศทางข่าว ก่อนหน้านี้บอร์ดบริหาร ยังพยายามที่จะเชื่อมั่นใน ตัวของผู้จัดการทีมชาวสเปน และพร้อมจะให้โอกาส ในการแก้ตัวในช่วง 2-3 นัดข้างหน้า

แต่เมื่อผลงานเป็นแบบนี้ ก็ไม่มีทางเลือกอื่นเหลืออีก นอกจากจบกันตรงนี้ แล้วเริ่มใหม่

สิ่งที่ดีสำหรับอาร์เซนอล คือมันเป็นการตัดสินใจ ในระหว่างที่พวกเขายังพอมี ‘เวลา’ ‘โอกาส’ และ ‘ความหวัง’ สำหรับฤดูกาลนี้อยู่ และสำหรับแฟนบอล มันก็ไม่ใช่การตัดสินใจ ที่เจ็บปวดเหมือนวันที่ อาร์เซน เวนเกอร์ ต้องบอกลาทีม ไปทั้ง ๆ ที่ยังรัก

tidkobjor.com

บิดเข็มนาฬิกาย้อนหลัง กลับไปเมื่อ 18 เดือนที่แล้ว อาร์เซนอล จำเป็นต้องตัดสินใจครั้งสำคัญ ที่สุดครั้งหนึ่ง ในประวัติศาตร์ของสโมสร ด้วยการ ขอให้ยอดผู้จัดการทีมผู้ยิ่งใหญ่ ไปจากสโมสร ที่เขาทำงานมาถึง 22 ปีเต็ม ไปจากสโมสรเสีย

เหตุผลของการตัดสินใจครั้งนั้น คือการที่ทุกฝ่ายเชื่อว่า เวนเกอร์ไม่สามารถ ที่จะนำอาร์เซนอล กลับมาทวงคืนความยิ่งใหญ่ ได้อีกครั้ง หลังทีมมีทีท่า จะตกต่ำลงอย่างต่อเนื่อง

พวกเขาต้องการก้าวเดิน ไปสู่อนาคต และคนที่พวกเขาคิดว่า เหมาะสมสำหรับ การจะพาทีมไปสู่อนาคตคือ อูไน เอเมรี กุนซือชาวสเปน ซึ่งเป็นผู้จัดการทีม ระดับท็อปคนหนึ่งของวงการ  มีความสำเร็จ เป็นรูปธรรมกับเซบียา และปารีส แซงต์ แชร์กแมง การเลือกเอเมรีในเวลานั้น ดูเหมือนจะมั่นใจได้มากกว่า การดึงอดีตกัปตันทีมอย่าง มิเคล อาร์เตตา ที่แม้จะเป็นมือขวาของโคตรกุนซืออย่าง เป๊ป กวาร์ดิโอลา แต่ยังไม่เคยมีประสบการณ์ การทำทีมชุดใหญ่เลย

tidkobjor.com

ในฤดูกาล 2018-19 อาร์เซนอล อาจจะเริ่มต้นด้วยความพ่ายแพ้ ต่อแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในเกมคอมมิวนิตี้ชีลด์ ก่อนจะพ่ายต่อเชลซี ในเกมเปิดฤดูกาลใหม่ แต่หลังจากนั้นพวกเขาชนะรวดถึง 11 นัด ก่อนจะทำสถิติไม่แพ้ใครติดต่อกัน รวมถึง 22 นัด ก่อนจะไปพ่ายต่อ เซาแธมป์ตัน ในช่วงเดือนธันวาคม

สิ่งที่เกิดขึ้นในเวลานั้น มันดูคล้ายว่ายักษ์ใหญ่ แห่งลอนดอนเหนือกลับมา เดินถูกทางอีกครั้ง แต่มันก็ไม่ได้เป็นแบบนั้น

อาร์เซนอลค่อยๆ ทำผลงานตกต่ำลงอย่างช้าๆ ในช่วงครึ่งหลังของฤดูกาล สุดท้ายพวกเขา จบฤดูกาลด้วยการเป็น ทีมอันดับ 5 แม้ว่าคู่แข่งร่วมลอนดอน อย่างสเปอร์ส และเชลซี จะขยันทำแต้มหล่นไม่น้อยก็ตาม แต่กันเนอร์สไม่เคยฉกชิง ความได้เปรียบนั้นได้

อย่างไรก็ดี เอเมรีสามารถพาทีม เข้าชิงยูโรปาลีก รายการถนัดของเขาได้สำเร็จ ซึ่งหากพวกเขาชนะ ในเกมที่บากู สังเวียนนัดชิงที่อาเซอร์ไบจาน ก็ยังสามารถเข้าแข่ง ในแชมเปี้ยนส์ลีกได้ ในฐานะแชมป์ของรายการ

tidkobjor.com

อย่างไรก็ดี มันไม่ถึงกับเป็นฤดูกาล ที่แย่นัก มีประกายของความหวัง ให้เห็นและรู้สึกชื่นใจบ้าง

ช่วงปิดฤดูกาลที่ผ่านมา อาร์เซนอลได้เอดู อดีตกองกลางชาวบราซิลกลับมาเป็นผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิค ตำแหน่งที่ทีมขาดคนมานาน พวกเขายังลบคำสบประมาท เรื่องการซื้อผู้เล่นด้วยการลงทุน 80 ล้านปอนด์ เพื่อคว้าตัว นิโคลัส เปเป้ กองหน้าอนาคตไกล จากลีลล์ มาร่วมทีม

และในฤดูกาลนี้ ช่วงแรกพวกเขา ก็ยังทำผลงานได้ดี โดยแพ้เพียงแค่เกมเดียวจาก 11 นัด เพียงแต่จู่ๆ สถานการณ์ในทีม ก็เริ่มพลิกผันแบบน่าใจหาย และดูเหมือนปัญหาภายในทีม ที่เกิดขึ้นจะยากและ มากเกินกว่าที่เอเมรี จะแก้ไขมันได้ทันเวลา

ทีนี้หากจะมองให้ลึกลงไป ในรายละเอียดของสาเหตุ ที่ทำให้ทุกอย่างมันจบลงแบบนี้ ก็ต้องบอกว่า มันเกิดขึ้นจากหลายเหตุผล ซึ่งประกอบด้วย การบริหารคน การสื่อสาร และความรู้ความเข้าใจในเกม

ขอบคุณแหล่งที่มา www.tidkobjor.com
ข่าวกีฬาฟุตบอล สดใหม่อัพเดททุกความเคลื่อนไหว ได้ที่ Redcafe.co